
รางวัล Superior Taste Award กลายเป็นหนึ่งในเครื่องหมายการันตีคุณภาพที่หลายแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มทั่วโลกอยากได้ติดข้างขวด แต่ก็ยังมีหลายคนที่ “เข้าใจผิด” เกี่ยวกับ รางวัล นี้อย่างน่าเสียดาย วันนี้เราจะพาไปรู้ทัน 3 ความ เข้าใจผิด เกี่ยวกับ รางวัลนี้ พร้อมข้อมูลจากแหล่งจริงที่ช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้น
ความจริงคือ แบรนด์ ที่ส่ง สินค้า เข้าร่วมต้องเสียค่าสมัคร เพื่อเข้าสู่กระบวนการทดสอบจริง ไม่ใช่จ่ายเงินเพื่อซื้อ รางวัล
คณะกรรมการจะทำ Blind Test ไม่รู้ยี่ห้อ ไม่รู้ชื่อ แบรนด์ ใช้เพียงรหัสสินค้าเท่านั้น และให้คะแนนจากเกณฑ์วิเคราะห์ประสาทสัมผัสแบบวิทยาศาสตร์ เช่น กลิ่น รส เนื้อสัมผัส ความสมดุล ฯลฯ ซึ่งคะแนนต้องถึงเกณฑ์ขั้นต่ำเท่านั้นจึงจะได้รับ รางวัล
ความจริงคือ แบรนด์ เล็ก ๆ ทั่วโลก รวมถึง แบรนด์ ท้องถิ่นไทยก็สามารถเข้าร่วมได้
มีหลาย แบรนด์ SME และผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้ รางวัล นี้ เช่น ไข่ไก่ Akara, น้ำพริกเผาแม่ประนอม หรือมุกป๊อปลิ้นจี่ของ TEA Brand ที่ได้รับ รางวัล 3 ดาว จากการทดสอบ รสชาติ จริง
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “ รสชาติ ของ ผลิตภัณฑ์ ” ไม่ใช่ขนาดของบริษัท
ความจริงคือ กรรมการทั้งหมดเป็น เชฟ และซอมเมอลิเยร์จากยุโรปจริง แต่ใช้หลักการให้คะแนนที่เป็นกลาง ไม่ได้ตัดสินจากความชอบส่วนตัวหรือวัฒนธรรมการกินแบบตะวันตก
ยิ่งไปกว่านั้น สินค้า หลายอย่างที่คนไทยชอบ เช่น ชานม, ไข่มุก, หรือ เครื่องดื่ม สมุนไพร ก็สามารถได้ รางวัล นี้หาก รสชาติอร่อย กลมกล่อม และมีคุณภาพตามหลักสากล
ตัวอย่างเช่น TEA Brand จากไทย ก็ได้รับ รางวัล นี้เช่นกัน แม้จะเป็นวัตถุดิบ เครื่องดื่ม ที่มีรากฐานมาจากวัฒนธรรมเอเชีย
ความเข้าใจผิด 3 ข้อที่กล่าวมาอาจทำให้ผู้บริโภคมองข้ามความน่าเชื่อถือของ รางวัล นี้ หรือทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยไม่กล้าส่ง สินค้า เข้าร่วม ทั้งที่จริงแล้ว รางวัล Superior Taste Award เป็นเวทีที่เปิดกว้าง และตัดสินอย่างโปร่งใสด้วยมาตรฐานระดับโลก
เมื่อคุณเห็น โลโก้ นี้บนสินค้าใด ๆ จึงมั่นใจได้ว่า อย่างน้อย รสชาติ ของมันได้ผ่านปากของ เชฟ มืออาชีพมาแล้วจริง ๆ